Daily Archives: April 17, 2009

พบเด็กไทยกว่าครึ่งเป็น “โรคอ้วน”

นิสิตปริญญาเอกจุฬาฯ เผยผลสำรวจเด็กไทยวัยเรียน มีภาวะโภชนาการเกินเกือบร้อยละ 50 เด็กชาย ลูกคนเล็ก-คนเดียว เสี่ยงอ้วนมากสุด โอกาสโตแล้วอ้วนถึงร้อยละ 25 แนะรัฐเร่งแก้ไขให้เป็นวาระแห่งชาติ เสนอใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรมเข้าช่วย พร้อมรณรงค์ให้ทารกแรกเกิดได้ดื่มนมแม่นาน 6 เดือน ลดโอกาสโตแล้วอ้วน

น.ส.นริสรา พึ่งโพธิ์สภ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) จากวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมี ศ.ดร. เกื้อ วงศ์บุญสิน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ศึกษาวิจัยปัญหาภาวะโภชนาการเกินหรือ “ภาวะอ้วน” ในเด็กไทย พบมีเด็กวัยเรียนอายุระหว่าง 9-12 ปี อยู่ในกลุ่มภาวะอ้วนถึงครึ่งหนึ่ง และเสี่ยงป่วยเป็นโรคอื่นๆ ได้มากกว่าคนปรกติ ทังยังอาจกระทบต่อประชากรวัยแรงงานของประเทศ นับว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลควรผลักดันการแก้ปัญหาให้เป็นวาระแห่ง ชาติ

นักวิจัยได้ทำการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากบุคคลในกลุ่มผู้กำหนดนโยบายโภชนาการของประเทศ กลุ่มผู้บริหารและครูโภชนาการในโรงเรียน และกลุ่มเด็กวัยเรียนที่มีและไม่มีภาวะโภชนาการเกินพร้อมผู้ปกครอง จำนวน 39 ราย เพื่อจัดทำแบบสอบถามที่เหมาะสมในการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ โดยการให้เด็กวัยเรียนที่มีอายุระหว่าง 9-12 ปี และผู้ปกครองในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 1,863 คู่ กรอกแบบสอบถาม ซึ่งเด็กในช่วงอายุดังกล่าวอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ทั้งน้ำหนักและส่วนสูงอย่างชัดเจน

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับใช้เกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทยโดยเปรียบเทียบน้ำหนักกับส่วนสูง พบว่าเด็กในกลุ่มตัวอย่างมีภาวะโภชนาการเกินถึงร้อยละ 49 หรือเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กที่มีภาวะโภชนาการปกติ พบว่าทั้งสองกลุ่มมีพฤติกรรมการกินไม่แตกต่างกัน แต่การทำกิจกรรมแตกต่างกัน โดยเด็กที่อ้วนนั้นส่วนใหญ่ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยกว่า

นอกจากนั้นเด็กผู้ชายและเด็กที่เป็นลูกคนเดียวหรือลูกคนสุดท้องจะมี แนวโน้มอ้วนมากกว่า เนื่องจากค่านิยมของคนไทยที่มักให้ความสำคัญแก่บุตรชายมากกว่า และมักดูแลเอาใจใส่ลูกคนเดียวหรือลูกคนสุดท้องมากเป็นพิเศษ

“ภาวะโภชนาการเกินในเด็กเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยรวม ซึ่งเด็กที่อ้วนมีโอกาสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วนถึงร้อยละ 25 ส่วนวัยรุ่นที่อ้วน มีโอกาสเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วนถึงร้อยละ 75 ผลกระทบโดยตรงที่เกิดขึ้นคือมีความเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ สูงกว่าคนทั่วไป ทั้งโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ข้อเสื่อม และเบาหวาน ส่วนผลกระทบโดยอ้อม จะทำให้คุณภาพของประชากรลดน้อยถอยลง ประชากรวัยแรงงานไม่มีศักยภาพ ไม่สามารถเป็นฐานการผลิตของประเทศที่เข้มแข็งได้” น.ส.นริสรา อธิบายกับสื่อมวลชนและทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีงานวิจัยในต่างประเทศมากมายที่ระบุว่ายีนเป็นปัจจัยที่ทำให้อ้วน ทว่าปัจจัยทางสังคมก็มีส่วนสำคัญที่กระตุ้นให้อ้วนได้ ซึ่งในอดีตเด็กไทยเคยมีปัญหาภาวะโภชนาการต่ำ แต่หลังจากแก้ปัญหาดังกล่าวได้กล่าวได้แล้วกลับกลายเป็นว่าปัญหาภาวะ โภชนาการเกินเข้ามาแทนที่ เพราะเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าขึ้น ทำให้คนไทยมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม

ส่วนมาตรการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการเกินในเด็กไทยที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ไม่น้อย ทว่าก็ไม่เป็นผลเท่าที่ควร ซึ่งนักวิจัยชี้แจงว่าเพราะมีการใช้มาตรการทางสุขศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ขาดมาตรการทางวิศวกรรมและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งควรนำมาใช้แก้ปัญหาควบคู่กัน ซึ่งในหลายประเทศมีการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการเกินในเด็กด้วยวิธีการดังกล่าว ประสบผลสำเร็จมาแล้วไม่น้อย และรัฐบาลควรผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เน้นที่การป้องกันมากกว่าแก้ไข และร่วมมือกันดำเนินการแบบพหุภาคี

นักวิจัยเสนอมาตรการทางวิศวกรรมว่าควรปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้เด็กได้ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น พัฒนาเครื่องออกกำลังกายแบบครบวงจรสำหรับเด็กวัยเรียน ออกแบบเกมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้ผู้เล่นได้ออกกำลังกายในขณะเล่นเกม ส่วนมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ เช่น ใช้กลไกภาษีในการปรับปรุงคุณภาพอาหารให้มีประโยชน์มากขึ้น สำหรับอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรือทำให้อ้วนก็อาจเก็บภาษีมากกว่า หรือสนับสนุนอาหารที่มีประโยชน์ให้มีราคาถูกลง เป็นต้น

“นอกจากนี้ยังมีรายงานวิจัยในต่างประเทศว่านมแม่สามารถป้องกันไม่ให้ ลูกอ้วนได้ นอกจากคุณค่าทางโภชนาการสูงที่ทราบกันอยู่แล้ว เพราะมีฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยระบบเผาผลาญในร่างกายได้ดี จึงควรรณรงค์ให้มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดโอกาสไม่ให้เด็กอ้วนได้” น.ส.นริสรา ให้ข้อมูลเพิ่มเติม.

จากผู้จัดการ Online

โลกออนไลน์แห่งปัญญา

“กรมการศาสนา” ร่วมกับ “บริษัทดิจิคราฟต์ จำกัด” (ประเทศไทย) และ “กลุ่มบริษัทบันลือ กรุ๊ป” ผลักดันโครงการนำร่อง “The Avatar โลกออนไลน์แห่งปัญญา โลกพุทธศาสนาเสมือนจริง” ผ่านเว็บไซต์พระพุทธศาสนาเสมือนจริงแห่งแรกของโลก www.khondee.org หวังปลุกกระแสเยาวชนไทยให้เข้าใกล้พระพุทธศาสนา รองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของกลุ่มเยาวชนไทย

“สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการ The Avatar โลก ออนไลน์แห่งปัญญา โลกพุทธศาสนาเสมือนจริง ก่อตั้งขึ้นเพื่อต้องการให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้พระพุทธศาสนานอกเหนือจากใน ห้องเรียน เพราะเนื่องจากสภาพแวดล้อม สังคม ค่านิยมและวิถีการใช้ชีวิตของกลุ่มเยาวชนไทยที่เปลี่ยนไป จึงทำให้เยาวชนกลุ่มนี้ห่างไกลจากพระพุทธศาสนา จนมีผลกระทบให้ระดับจิตใจตกต่ำและลุกลามไปถึงวิถีการใช้ชีวิตเมื่อเติบโต ขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ทางกรมศาสนาเล็งเห็นถึงความสำคัญจุดนี้ จึงได้ร่วมมือกับทางบริษัทดิจิคราฟต์ จำกัด (ประเทศไทย) ผู้สร้างเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์สีขาวเช่น โครงการยู ทาวน์ (www.utown.in.th) ซี่งเป็นเว็บไซต์ชุมชนสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก กลุ่มบริษัทบันลือ กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิตัล มาร่วมกันปลุกปั้นโครงการดังกล่าวเพื่อเยาวชนของชาติ และนอกจากนี้ ทางกรมการศาสนาได้มีแผนการพัฒนาโลกพระพุทธศาสนาเหมือนจริงในสถานที่อื่น ๆ ที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนานอกเหนือจากประเทศไทยอีกด้วย” นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา กล่าว

“โครงการ The Avatar โลก ออนไลน์แห่งปัญญา โลกพุทธศาสนาเสมือนจริง เป็นความภูมิใจอย่างที่สุดของทางบริษัท ดิจิคราฟต์ จำกัด (ประเทศไทย) เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้รับเกียรติจากกรมการศาสนาให้เข้ามาเป็นผู้พัฒนาโครงการนี้อย่างเป็นทาง การ ทั้งในเรื่องการพัฒนา ดูแล และควบคุมระบบ ตลอดจนการสรรหากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และเนื้อหาดี ๆ เพื่อ ให้เยาวชนไทยได้เข้ามาเรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาผ่านการฟัง ธรรมะออนไลน์ การตอบคำถามและทดสอบความรู้ทางด้านธรรมะ แนะนำวิธีการนั่งสมาธิเบื้องต้น และแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาระหว่างเยาวชนด้วยกันเอง และ อีกหนึ่งไฮไลท์ของโครงการนี้คือ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่าง ๆ เรายังสามารถจำลองความงดงามทางวัฒนธรรมของศาสนาพุทธในประเทศไทย ให้เด็กและเยาวชนรวมไปถึงพุทธศาสนิกชนทุก ๆ คน ได้ซึมซับบรรยากาศเหล่านั้นได้แบบเสมือนจริงอีกด้วย ทางบริษัทฯ เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะช่วยในการสร้างสรรค์สังคมคุณภาพบนโลกออ นไลน์ เป็นแหล่งชุมชนสีขาว และพัฒนาคุณภาพจิตใจของเยาวชนให้ดีขึ้น” ดร.วิวัฒน์ วงศ์วราวิภัทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิคราฟต์ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าว

“สำหรับกลุ่มบริษัทบันลือ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายหนังสือและนิตยสารการ์ตูนคุณภาพรวมทั้งเป็นผู้ให้บริการ สื่อดิจิตัลอื่นๆ มีความยินดีในการร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ The Avatar โลกออนไลน์แห่งปัญญา โลกพุทธศาสนาเสมือนจริง เพื่อช่วยสร้างการรับรู้ให้กับโครงการนี้และเป็นสื่อกลางในการกระตุ้นให้เยาวชนหันมาสนใจเรื่องราวของพระพุทธศาสนายิ่งขึ้น ทั้ง นี้เป็นไปตามนโยบายของประธานกลุ่มบริษัทบันลือกรุ๊ป คุณวิธิต อุตสาหจิต ที่ต้องการสนับสนุนพระพุทธศาสนาโดยเริ่มจากโครงการนี้ และตามด้วยสื่อสิ่งพิมพ์ของบริษัทที่จะออกในเร็ว ๆ นี้ด้วย” นางโชติกา อุตสาหจิต รองประธานกลุ่มบริษัทบันลือ กรุ๊ป กล่าว

สำหรับโครงการ The Avatar โลกออนไลน์แห่งปัญญา โลกพุทธศาสนาเสมือนจริงนี้เปิดใช้บริการแล้วผ่านเว็บไซต์ www.khondee.org และจะเริ่มขยายลูกเล่นอื่น ๆ ตามมาในเฟสต่อไปเพื่อรองรับกลุ่มเยาวชนไทยให้มาสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น

ติดตามรายละเอียดและทดลองเข้าสู่โลกของ The Avatar ได้ที่ www.khondee.org

ใครเล่นแล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

จาก online-station.net